ในประเทศ – โพลล์เผยชาวบ้านเริ่มไม่แน่ใจ เงินดิจิทัลชักว่น หวั่นทุจริต/เอาเงินที่ไหนแจก

0


วันจันทร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โพลล์เผยชาวบ้านเริ่มไม่แน่ใจ

เงินดิจิทัลชักว่น

หวั่นทุจริต/เอาเงินที่ไหนแจก

‘ก้าวไกล’ตามสะกิด‘เศรษฐา’

เตรียมแผนสำรองไว้ช่วยเหลือ

หากปชช.กินแห้วแทนเงินหมื่น

“เพื่อไทย”อ้างเศรษฐกิจไทยยังไม่ดี ชี้แจกดิจิทัล วอลเล็ต ช่วยเติมกำลังซื้อครั้งใหญ่ให้ ด้าน“ก้าวไกล”ออกโรงแรกเศรษฐา เตรียมแผนสำรองหากประชาชนได้แห้วแทนเงินดิจิทัลระบุนักวิชาการทักท้วงมากมาย ซุเปอร์โพล เผย ประชาชนไม่แน่ใจ นโยบายเงินดิจิทัล ชี้ไม่ชัดเจน รัฐบาลเอาเงินจากไหน หวั่นมีการทุจริตตามมา

วันที่ 8ตุลาคม นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีที่มีกลุ่มบุคคลเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทโดยอ้างการคาดการณ์เศรษฐกิจประเทศกําลังอยู่ในภาวะฟื้นตัว รัฐบาลจึงไม่เป็นที่จะต้องใช้จ่ายเงินจํานวนมากเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศว่า อาจจะเป็นความมุ่งหวังทางการบริหารที่ต่ำไปหน่อย เพราะหากเปรียบเทียบการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจกับประเทศในกลุ่มอาเซียน จะเห็นว่าไทยยังมีอัตราการเติบโตหรือฟื้นตัวที่ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านอยู่มาก เป้าหมายของรัฐบาลที่นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่มุ่งหวังจะสร้างการเติบโตเฉลี่ยตลอด 4 ปี ที่ 5% นั้นจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายและเป็นความหวังในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้เป็นจริง

นายชนินทร์ กล่าวว่า โครงการดิจิทัลวอลเล็ต จะเป็นการเติมกำลังซื้อครั้งใหญ่ให้ประเทศ กระจายอยู่ในทุกชุมชน จำนวนเงิน 10,000 บาทต่อคนนี้จึงไม่ใช่แค่ช่วยเหลือบรรเทาปัญหาค่าครองชีพให้ประชาชนเดินต่อได้ แต่มากพอที่จะดึงดูดการลงทุน เปิดธุรกิจใหม่ๆ มารองรับกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้น และหมุนวนรอบต่อไปเรื่อยๆ เพราะเงินจำนวนนี้จะหมุนเวียนต่อเนื่องในระบบเศรษฐกิจของไทย

เป้าหมายกระตุ้นเศรษฐกิจ

รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทั้งนี้ในส่วนของความกังวลเรื่องที่มาของเงิน และมาตรการในการดำเนินนโยบายต่างๆ นั้น ทางรัฐบาลได้ตัดสินใจตั้งคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตที่ประสานความเห็นและมุมมองที่รอบด้านจากภาคส่วนต่างๆ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงบประมาณ และอีกหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มาเป็นกรรมการในการร่วมตัดสินใจในการดำเนินนโยบาย จึงทำให้มั่นใจได้ว่า การตัดสินใจใดๆ จะเป็นไปด้วยความรัดกุม โปร่งใสและรักษาผลประโยชน์ให้พี่น้องประชาชนมากที่สุด

“รัฐบาลมีเป้าหมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศอย่างรวดเร็ว เป็นการปั้มหัวใจเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วน เพื่อปลุกกำลังซื้อให้ฟื้นตัว ช่วยให้เศรษฐกิจประเทศพ้นจากโคม่า จากนั้นรัฐบาลก็จะมีนโยบายอื่นๆ เข้ามาเสริมเพื่อให้ประชาชนสามารถสร้างรายได้ เศรษฐกิจหมุมเวียน ซึ่งจะเป็นการฟื้นประเทศไทยให้มีความสามารถในแข่งขัน โดยยึดกรอบวินัยการเงินการคลังของประเทศอย่างรัดกุม” รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำ

กิตติรัตน์หนุนแจกเงินหมื่น

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “กิตติรัตน์ ณ ระนอง – Kittiratt Na-Ranong” ระบุว่า ตอบ 2คำถาม 1.เงินดิจิตัล จะสร้างเงินเฟ้อไหม ไม่มีใครสั่งให้ธนาคารกลาง พิมพ์เงินใหม่มาใส่ระบบ แต่ “เงินดิจิตัล” ทุกบาท จะมาจากรายได้ของรัฐบาลเอง “อุปสงค์ (Demand) ที่เพิ่มจากโครงการ ย่อมเพิ่มปริมาณกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่จะไม่เป็นเหตุให้ “ราคาเฟ้อ” เพราะอัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่เพียงประมาณ 60% … อุปทาน (Supply) ย่อมเพิ่มได้โดยราคาไม่ขยับ และเมื่อผลิตเพิ่มขึ้นจะทำให้ต้นทุนต่อหน่วยของสินค้าที่ผลิตถูกลงอีก ถ้าไม่ลดราคา รัฐบาลขอเก็บภาษีจากกำไรที่สูงขึ้น 2.ทำไมไม่ให้เป็น “เงินสด” มีอะไรแอบแฝงรึเปล่า “เงินสด” ใช้ซื้อ “สิ่งดี” ได้และใช้ซื้อ”สิ่งไม่ดี/สิ่งผิด”ก็ได้ เงิน”ดิจิตัล”ที่มีค่าเท่ากัน บาทต่อบาท ใช้ซื้อ “สิ่งไม่ดี/สิ่งผิด” ไม่ได้ ; ใช้ไม่หมดตามกำหนด แสดงว่าไม่จำเป็นนัก ก็ยกเลิกการให้ได้

ปชป.อ้างนักวิชาการคัดค้าน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการคัดค้านนโยบาย แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทให้ประชาชนทุกคน ที่มีอายุ 16ปีขึ้นไปว่า ขณะนี้มีนักวิชาการ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน คือ สภาหอการค้าฯ สภาอุตสาหกรรมฯ สมาคมธนาคารฯ รวมถึงภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000บาท เป็นเงิน 5.6 แสนล้านบาท กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งแบ่งความคิดเห็น ออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่คัดค้าน ให้ยกเลิกนโยบาย 2. กลุ่มที่ให้ปรับปรุงการแจกเงิน ตรงกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่เหวี่ยงแหแจกทุกคน 3.กลุ่มที่สนับสนุนการแจกเงิน ซึ่งส่วนมากคือคนของรัฐบาล และประชาชนส่วนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่า คนของรัฐบาลบางคน ออกมาตอบโต้คนเห็นต่างว่า เป็นพวกอยู่ดีมีกิน สุขสบาย ไม่เห็นหัวคนที่ยังลำบาก ซึ่งเป็นการตอบโต้ที่ไม่เหมาะสม ที่ออกมาบอกให้เกิดการเข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องคนรวยไม่เห็นด้วยที่จะแจกเงินให้คนจน ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว คนที่คัดค้านและคนที่เห็นต่าง คงไม่ได้แสดงความคิดเห็น บนพื้นฐานของสถานะทางเศรษฐกิจสังคมที่แตกต่างกัน ไม่ใช่เรื่องของคนอยู่ดีมีกิน กับคนที่ลำบากอย่างแน่นอน แต่แสดงความคิดเห็น บนเนื้อหาสาระข้อมูล ที่แตกต่างจากของรัฐบาลมากกว่า

“คนของรัฐบาลจึงควรชี้แจงด้วยข้อมูลเนื้อหาสาระ จะเหมาะสมกว่า ไม่ควรเอาความคิดเห็นที่แตกต่าง มาสร้างความแตกแยกทางสังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลไม่ควรทำอย่างยิ่ง” นายองอาจ กล่าว

ก้าวไกลแนะเศรษฐาเตรียมแผน2

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยและนักวิชาการคัดค้านและเบรกนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท มองว่าเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องหรือไม่ ว่า เป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ไม่ว่าจะเป็นใคร ที่มองเห็นถึงผลกระทบบางอย่างที่พวกเขาไม่เห็นด้วย ซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะในรัฐบาลหลายๆ ชุดที่ผ่านมาก็มีให้เห็นกัน ซึ่งการที่มีคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งออกมาคัดค้านนั้นก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องตอบรับด้วยเหตุและผล

เมื่อถามถึงตัวอย่างผลเสียที่จะตามมาหากรัฐบาลเดินหน้านโยบายต่อไปโดยไม่คำนึงเสียงคัดค้าน นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า หากยกตามเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์ สิ่งที่หลายฝ่ายกังวล คือผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลอ้างว่านโยบายเงินดิจิทัลวอลเล็ต จะเป็นพายุหมุนทางเศรษฐกิจที่จะสร้างตัวคูณทางเศรษฐกิจกว่า 2.7 เท่า ซึ่งความเป็นจริงแทบเป็นไปไม่ได้ ไม่เคยมีนโยบายทางเศรษฐกิจใดจะทำตัวคูณทางเศรษฐกิจได้สูงขนาดนี้ แม้จะเป็นในช่วงวิกฤติก็ตาม การใช้นโยบายเช่นนี้เป็นนโยบายที่สร้างตัวคูณทางเศรษฐกิจต่ำที่สุด หากผลที่ออกมาไม่ได้ดีเท่ากับที่คาดไว้ ผลที่ตามมาคือการใช้เม็ดเงินจำนวนมหาศาลเช่นนี้จะเป็นการสร้างภาระทางการคลังได้ในอนาคต รัฐบาลต้องตอบคำถามตรงนี้ให้ได้ ว่าที่คุณเคยระบุว่าสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ขนาดนั้นจริงหรือ และหากไม่ได้ผลที่ตามมาจะแก้ไขอย่างไร

โพลเผยปชช. ไม่แน่ใจแจกเงินดิจิทัล

วันเดียวกัน สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจเรื่อง เสียงประชาชน ต่อ เงินดิจิทัล กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ และการวิจัยเชิงคุณภาพ รวมจำนวนตัวอย่างในการวิเคราะห์ทางสถิติทั้งสิ้น จำนวนทั้งสิ้น 1,111 ราย ระหว่างวันที่ 4 – 7 ตุลาคม พ.ศ.2566 ที่ผ่านมา โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนจากขนาดตัวอย่างบวกลบร้อยละ 5 ในช่วงความเชื่อมั่นร้อยละ 95

เมื่อถามถึง ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อ นโยบายแจกเงินดิจิทัล ของรัฐบาล พบว่า จำนวนมากที่สุดหรือร้อยละ 42.0 ไม่แน่ใจต่อความเชื่อมั่นเพราะรัฐบาลไม่ชัดเจนเอาเงินมาจากที่ไหน ใครได้ใครเสีย ป้องกันทุจริต สวมสิทธิ์รับเงิน ไม่ได้ติดตามข่าว ไม่รู้เรื่องนี้ ในขณะที่ ร้อยละ 32.1 เชื่อมั่น เพราะนโยบายดีมีเงินใช้เพิ่ม แก้ปัญหาปากท้องได้ เงินกำลังขาดมือ แก้ตรงจุดได้เงินก้อน กระจายรายได้เงินหมุนเวียน เป็นต้น และร้อยละ 25.9 ไม่เชื่อมั่น เพราะ รัฐบาลไม่ชัดเจนกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างไร ไม่คิดว่าจะทำได้จริง ส่งผลกระทบเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจรวม เงินเฟ้อ เกิดทุจริตเชิงนโยบาย คนบางกลุ่มได้ผลประโยชน์ ทุจริต สวมสิทธิ์รับเงิน บางคนจะตกสำรวจ ไม่ได้เงิน ระบบล่ม เป็นต้น

อยากเห็นเศรษฐาถกแบงค์ชาติ

ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึง ความอยากเห็น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กับ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ถกสดปัญหาการเงินของประเทศ ให้ ประชาชนทั้งประเทศรู้ และประชันวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรีกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 62.5 อยากเห็น ร้อยละ 25.0 ไม่อยากเห็น และร้อยละ 12.5 ไม่มีความเห็น

ที่น่าพิจารณา คือ เมื่อถามถึงจุดยืนทางการเมืองของประชาชนต่อการสนับสนุนรัฐบาล พบว่า สัดส่วนพอพอกัน คือ ร้อยละ 37.3 สนับสนุนรัฐบาล นั่นหมายความว่า ในการสำรวจครั้งนี้ รัฐบาลยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเป็นส่วนใหญ่ เพราะ ร้อยละ 31.3 ไม่สนับสนุนรัฐบาล และ ร้อยละ 31.4 อยู่กลาง ๆ เป็น พลังเงียบ ไม่ฝักใฝ่

หวั่นสวมสิทธิ์/มีการทุจริต

ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้ก่อตั้งซูเปอร์โพล กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลในการช่วยลดความเดือดร้อนของประชาชนในยามวิกฤตปัญหาเงินขาดมือเป็นนโยบายที่ดีและเป็นเรื่องจำเป็นแต่มาตรการแจกเงินดิจิทัลยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเป็นส่วนใหญ่เพราะประชาชนจำนวนมากที่สุดยังไม่แน่ใจในหลายมิติของการแจกเงินดิจิทัล เช่น ความไม่ชัดเจนเอาเงินจากที่ไหนมาแจกประชาชน ใครได้ใครเสีย ป้องกันทุจริต สวมสิทธิ์รับเงินได้หรือไม่ รวมถึง ยังไม่เห็นความชัดเจนของรัฐบาลว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างไร ไม่คิดว่าจะทำได้จริง ส่งผลกระทบเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจรวม เงินเฟ้อ เกิดทุจริตเชิงนโยบาย คนบางกลุ่มได้ผลประโยชน์ ทุจริต สวมสิทธิ์รับเงิน บางคนจะตกสำรวจ ไม่ได้เงิน ระบบล่มที่เคยเกิดขึ้นในการใช้เทคโนโลยีแฟลตฟอร์มต่าง ๆ ที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้น ประชาชนส่วนใหญ่อยากเห็นการถ่ายทอดสดการถกปัญหาการเงินของประเทศระหว่างนายกรัฐมนตรีกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้ทำให้ประชาชนทั้งประเทศรู้สถานะที่พึงรู้เป็นประโยชน์ต่อการมีส่วนร่วมปกป้องรักษาความมั่นคงทางการเงินเศรษฐกิจของประเทศโดยภาพรวมต่อไปเพื่อค้นหาแนวทางดึงฐานสนับสนุนของประชาชนต่อรัฐบาลเพิ่มขึ้นได้



Source link

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *