เปิดพิรุธ 40 นาทีชายชุดดำไป-กลับบ้าน “อรทัย” ก่อนหายตัว เพื่อนเชื่อไม่ได้ไปบ่อน

0


วันนี้ 28 มกราคม 2567 ทีมข่าวช่อง 8 เดินทางมายังพื้นที่บ้านโคกแขวน ตำบลเฉลียง อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งทีมข่าวได้แชตการสนทนา ระหว่างญาติของนางสาวอรทัย และโรแลน ที่มีการสอบถามกันเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2567 เวลา 12.29 โดยในแชต จะเห็นประวัติการโทรของญาติอรทัย ที่โทรสอบถามโรแลน ว่าเจออรทัย บ้างไหม ใช้เวลาคุยกัน 41 วินาที ก่อนโรแลน จะตอบกลับมาว่า “เธอเล่นไพ่ แต่ฉันไม่รู้ว่าที่ไหน” ซึ่งโรแลน สื่อถึงว่า อรทัยไปเล่นไพ่ แต่เจ้าตัวไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ก่อนที่ญาติของอรทัยจะตอบกลับไปว่า “OK”

 

ทีมข่าวช่อง 8 จึงมาพูดคุยกับนางสาวสุลาวัลย์ อายุ 36 ปี เพื่อนสนิทคนที่ 1 ของนางสาวอรทัย ผู้สูญหาย ให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับตัวเองเป็นเพื่อนสนิทของอรทัย จะชอบไปไหนมาไหนกับอรทัยเป็นประจำ โดยเฉพาะตอนไปเล่นไพ่ ตัวเองก็จะเป็นอีกหนึ่งคน ที่จะไปเล่นไพ่กับอรทัยอยู่แทบทุกครั้ง

 

กรณีที่นายโรแลน ให้ข่าวว่า คืนวันที่ 8 มกราคม จนถึงวันที่ 9 มกราคม 2567 อรทัยน่าจะไปเล่นไพ่นั้น ตัวเองคิดว่าไม่จริง เนื่องจากว่า ทุดครั้งที่อรทัยจะไปเล่นไพ่ เขาจะมาชวนตัวเองไปด้วยเสมอ แต่คืนวันที่ 8 และวันที่ 9 ทั้งวัน อรทัยก็ไม่ได้มาชวนตัวเองเลย เป็นไปไม่ได้ที่อรทัยจะไปเล่นไพ่คนเดียว เพราะเขาไม่เคยไปคนเดียวมาก่อน

 

และเท่าที่ตัวเองสัมผัสกับอรทัยมา เขาก็ไม่เคยหายตัวไปนานแบบนี้ ซึ่งตัวเองก็มองว่าการหายตัวครั้งนี้ ของอรทัย มันแปลก และมีพิรุธหลายอย่าง ตัวเองจึงเชื่อว่า ที่อรทัยหายตัวไปครั้งนี้ น่าจะมีคนพาเขาไปหรือไม่

 

เพื่อนซี้ฟันธง อรทัยหายตัว ไม่ได้ไปบ่อน

ด้านนางกุหลาบ อายุ 41 ปี เพื่อนสนิทคนที่ 2 ของนางสาวอรทัย ให้สัมภาษณ์ว่า ตัวเองเจออรทัยล่าสุด ช่วงก่อนปีใหม่ หลังจากนั้น ก็ไม่เจอกับอรทัยอีกเลย กระทั่งมาทราบตอนที่เป็นข่าว

 

ส่วนที่นายโรแลน บอกว่าก่อนหายตัวไป อรทัยน่าจะไปเล่นไพ่นั้น ตัวเองคิดว่าไม่จริง เพราะทุกครั้งที่อรทัยจะไปเล่นไพ่ เขาจะโทรศัพท์มาหาตัวเองเพื่อให้ไปรับเขาไปเล่นไพ่เสมอ ไม่มีทางที่อรทัย จะไปเล่นไพ่คนเดียวแน่นอน อีกอย่างพวกตัวเองก็เล่นไพ่เฉพาะตอนกลางวัน ไม่เคยไปเล่นไพ่ดึกๆแบบนั้น และจากที่ตัวเองดูกล้องวงจรปิด ในข่าว ก็ยิ่งเชื่อว่าอรทัยไม่ได้ออกไปเล่นไพ่แน่นอน “คนเราถ้าจะไปเล่นไพ่ ไม่ต้องหลบกล้องหรอก ออกหน้าบ้านได้เลย”

 

ยอมรับว่าที่ผ่านมา อรทัยจะมาปรึกษาปัญหาชีวิตกับตัวเองประจำ แต่ก็นานแล้ว เขาเคยมาระบายว่า สามีไม่ค่อยมีเงิน เพราะไม่ได้ทำงาน นอกจากนั้น ก็ปรึกษาเรื่องลูก

 

เหตุการณ์ครั้งนี้ ตัวเองก็อยากฝากถึงโรแลน ให้เขาออกมาพูดความจริง เนื่องจากตัวเองเห็นชายปริศนา ที่เดินผ่านกล้องวงจรปิด ตัวอยู่ถนน มีลักษณะท่าทางการเดิน และเสื้อผ้าช่างคล้ายกับโรแลนเหลือเกิน และตามนิสัยของชาวบ้านในหมู่บ้านตัวเอง ทุกวันนี้ก็มีรถยนต์ รถจักรยานยนต์แล้ว คงไม่มีใครไปเดินกลางถนนมืดๆดึกๆ แบบนั้นหรอก

 

ค้นบ่อน้ำที่ 3 ใกล้บ้าน ยังไร้วี่แวว อรทัย

หลังจากเมื่อวานนี้ที่ได้มีการสูบน้ำออกจากสระที่ 1 ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ใกล้กับจุดพบรถจักรยานยนต์จอดทิ้งไว้ในคืนวันที่ 8 ม.ค.67 ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร และยังคงไร้วี่แววของ น.ส.อรทัย (คนหาย) ทำให้ชาวบ้านที่เข้ามาดูเหตุการณ์ได้ให้เบาะแสเพิ่มเติมกับทางญาติ โดยมีการบอกว่า “ใกล้บ้านอรทัยก็มีสระน้ำนะ อยู่หลังวัด สระใหญ่เลย“ ทำให้ญาตินั้นเริ่มมีความหวังว่าจะพบ น.ส.อรทัย ที่สระน้ำหลังวัดดังกล่าว

 

ในวันนี้ 28 ม.ค.67 เวลาประมาณ 10.00 น. ทางครอบครัวได้ทำการประสานหน่วยกู้ภัยฮุก31 เพื่อให้นักประดาน้ำลงพื้นที่ค้นหาเพิ่มเติมในบริเวณสระน้ำจุดที่ 3 ซึ่งมีขนาด 50×100 เมตร และมีระดับความลึกประมาณ 5 เมตร โดยสระน้ำนั้นจะมีระยะทางอยู่ห่างจากบ้านพักของ น.ส.อรทัย ประมาณ 350 เมตร ซึ่งบรรยากาศการค้นหาบริเวณสระน้ำนั้นเป็นไปท่ามกลางความสนใจของชาวบ้านที่เข้าไปร่วมดูปฏิบัติการค้นหากว่า 50 ชีวิต โดยครั้งนี้นักประดาน้ำได้ทำการลงไปงมหาจำนวน 5 คน แต่ด้วยระดับน้ำที่ค่อนข้างลึกทำให้นักประดาน้ำไม่สามารถลงไปถึงจุดก้นสระน้ำได้ ซึ่งการค้นหานั้นเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีต้นไม้ใหญ่ค่อนข้างเยอะ ทำให้ใต้น้ำนั้นเต็มไปด้วยซากไม้ใหญ่ที่หักโค่นลงมา ซึ่งเป็นอุปสรรคในการงมหา / ต่อมาในเวลาประมาณ 11.00 น. นักประดาน้ำได้ตัดสินใจยุติการค้นหา โดยที่ผลการค้นหานั้นไม่พบร่องรอยหรือสิ่งผิดปกติใด ๆ

 

น้องสาวน้ำตาร่วง รับผิดหวังหลังค้นหา 3 สระแต่ไม่พบ

ต่อมาทีมข่าวช่อง 8 ได้พูดคุยกับ น.ส.ธิดารัตน์ (น้องสาว) ซึ่งเธอก็ได้เปิดใจหลังจากเสร็จสิ้นปฏิบัติการค้นหาบริเวณสระน้ำที่ 3 โดยบอกว่า ก่อนที่จะมีการลงพื้นที่ค้นหา ตนก็ได้ทำการจุดธูปไหว้บอกกล่าวกับศาลพ่อปู่พญานาคที่ดูแลรักษาหมู่บ้าน “ถ้าพี่อรทัยอยู่ในสระจริง ๆ ก็ขอดลบันดาลให้เจ้าหน้าที่เจอด้วยเถอะ” แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ยังไม่เจอและยังคงไร้วี่แววของพี่สาว

 

ส่วนสาเหตุว่าทำไมตนถึงพุ่งเป้าไปค้นหาบริเวณสระน้ำตามจุดต่าง ๆ ก็ต้องบอกว่าเป็นความเชื่อของครอบครัว เนื่องจากคนละแวกบ้านนั้นได้ฝันถึง น.ส.อรทัย โดยเธอได้พยายามมาสื่อสารว่าตัวเองนั้นอยู่บริเวณที่ ๆ มีน้ำ นอกจากนี้ตนก็ยังคาใจกับสายโทรศัพท์ปริศนาที่โทรเข้ามาและมีการพูดว่า “พี่อยู่ในถุงดำ อยู่ในน้ำ มาพาพี่ขึ้นไปหน่อย” ทำให้ตนนั้นเชื่อ 100% ว่าพี่สาวต้องอยู่ที่สระน้ำสักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งหลังจากนี้ตนก็ยืนยันที่จะเดินหน้าตามหาพี่สาวอย่างเต็มที่ ซึ่งในวันนี้จะมีการขับรถตระเวนหาสระน้ำอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียง นอกจากนี้ก็คงต้องมีการค้นหาในพื้นที่บนบกตามป่าตามเขาเพิ่มเติมด้วย

 

ตอนนี้ก็ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังที่ยังไม่เจอพี่สาว เพราะตนก็พยายามตามหาอย่างเต็มที่ ทั้งพ่อทั้งแม่ก็ยังนั่งคอยให้พี่อรทัยกลับบ้าน เวลาที่ตนออกไปหาพี่สาว เมื่อกลับมาถึงบ้าน พ่อก็จะถามตลอดว่า “เจอไหม ไม่เจอเลยเหรอ”

 

ส่วนนายโรแลนนั้นก็ยังคงนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาและไม่เคยถามไถ่ถึงพี่อรทัยเลย เขาไม่ถามสักคำว่าเจอไหม ให้ออกไปช่วยตามหาไหม ไม่เคยได้ยินจากปากเขาเลย ในส่วนของความคืบหน้าทางคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม เพียงแต่บอกประโยคเดิม ๆ ว่า “กำลังไล่กล้องอยู่” ซึ่งตนมองว่ามันนานเกินไป คนหายไปทั้งคนกว่า 20 วันแล้ว อยากขอร้องว่าให้ช่วยติดตามคดีนี้ให้หน่อย ไม่รู้ว่าตอนนี้พี่สาวตนเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง

 

เปิดพิรุธวัน อรทัย หายตัว ชายชุดดำโผล่บ้าน

 

ต่อมาทีมข่าวช่อง 8 ได้ทำการเดินเข้าไปตามทางถนนบริเวณซอยข้างบ้านของ น.ส.อรทัย โดยทีมข่าวได้เดินไปตามเส้นทางที่แสงไฟจากรถจักรยานยนต์ขับเข้าไปในเวลา 23.48 น. (8 ม.ค.67) ซึ่งพื้นที่บริเวณใกล้เคียงบ้านของ น.ส.อรทัย นั้นมีอาคารและบ้านเรือนของชาวบ้านอยู่ประมาณ 12 หลังคาเรือน ตามผังดังนี้

 

  1. บ้านของ น.ส.อรทัย (ผู้หาย) ซึ่งอาศัยอยู่กับนายโรแลนผู้เป็นสามี โดยรอบบ้านจะสามารถเดินเข้าออกได้สองทาง คือ ประตูหน้าบ้านและประตูข้างบ้านที่เป็นโรงจอดรถ แต่หากจะเดินออกจากประตูข้างบ้านก็จำเป็นที่จะต้องข้ามหน้าต่างของตัวบ้านออกมา

 

  1. บ้านของครอบครัว น.ส.อรทัย (ผู้หาย) จะอาศัยอยู่รวมกัน 4 คน คือ นางสาย (แม่), นายทอด (พ่อ), น.ส.ธิดารัตน์ (น้องสาว) และนายสันติสุข (น้องเขย )

 

  1. เล้าไก่ ตรงจุดนี้จะอยู่ติดกับบริเวณหลังบ้านของ น.ส.อรทัย และไม่มีคนพักอาศัยอยู่

 

  1. บ้านของนายโทน อายุ 39 ปี ซึ่งชาวบ้านได้ให้ข้อมูลว่านายโทนนั้นไม่ได้กลับบ้านมาเป็นเวลา 1 ปีแล้ว เนื่องจากนายโทนต้องไปทำงานที่จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้บ้านหลังนี้กลายเป็นบ้างที่ปล่อยทิ้งร้างไว้

 

  1. บ้านนายเริง อายุ 37 ปี ซึ่งอาศัยอยู่กับภรรยาและลูกอีก 2 คน รวมทั้งสิ้น 4 คน ซึ่งทีมข่าวก็ได้สอบถามถึงความผิดปกติในคืนวันที่ 8 ทางด้านนางรณิดา (ภรรยา) ก็ได้เผยว่า ได้ยินเสียงหมาเห่าในช่วงกลางดึกคืนดังกล่าว โดยเธอเล่าว่า ในคืนวันที่ 8 ม.ค.67 เวลาประมาณ 22.00 – 23.00 น. ตนนั้นได้ยินเสียงหมาเห่าหมาหอน ซึ่งตอนนั้นตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าหมาคงเห่าหอนตามปกติ สุดท้ายมาทราบเรื่องว่า น.ส.อรทัย หายตัวไป ตนก็ยอมรับว่ารู้สึกตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ส่วนภาพชายชุดดำปริศนานั้นตนก็ได้ดูจากข่าวแล้ว ซึ่งเท่าที่ตนมอง ตนก็รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาแปลก ๆ และคิดว่าคงเป็นคนใกล้ตัวนี่แหละ แต่ตนก็ไม่อยากปรักปรำใคร

 

  1. บ้านนางหวัน อายุ 65 ปี ซึ่งอาศัยอยู่กับสามี รวมทั้งสิ้น 2 คน ซึ่งทีมข่าวก็ได้สอบถามถึงความผิดปกติในคืนวันที่ 8 ทางด้านนางหวันก็ได้ให้ข้อมูลว่าไม่พบความผิดปกติใด ๆ

 

  1. บ้านนางแพรอายุ 51 ปี อยู่กับสามีและลูก รวมทั้งสิ้น 5 คน ซึ่งทีมข่าวก็ได้สอบถามถึงความผิดปกติในคืนวันที่ 8 ทางด้านนางแพรก็ได้ให้ข้อมูลว่าไม่พบความผิดปกติใด ๆ

 

  1. บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่กำลังทำการก่อสร้าง ซึ่งไม่มีคนพักอาศัย

 

  1. บ้านนายปอยอยู่กับภรรยาและลูก รวมทั้งสิ้น 3 คน ซึ่งขณะที่ทีมข่าวเข้าไปนั้นไม่มีใครอาศัยอยู่ภายในบ้าน

 

  1. บริเวณนี้เป็นศาลาเปิดโล่ง ไม่มีคนพักอาศัยอยู่

 

  1. บ้านนายเลิศซึ่งอยู่กับภรรยา 2 คน

 

  1. บ้านนางเหมียวซึ่งอยู่กับหลาน รวมทั้งสิ้น 3 คน ซึ่งทีมข่าวก็ได้สอบถามถึงความผิดปกติในคืนวันที่ 8 ทางด้านนางเหมียวก็ได้ให้ข้อมูลว่าไม่พบความผิดปกติใด ๆ

 

วงจรปิดจับภาพชายปริศนา ระยะห่างรวมเวลา 1 ชั่วโมง 8 นาที

 

ทีมข่าวจำลองขี่ จยย.ออกจากบ้าน ก่อนเดินเท้ากลับ

ต่อมาทีมข่าวช่อง 8 ได้ทำการจำลองเหตุการณ์โดยการขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านของ น.ส.อรทัย ซึ่งทีมข่าวทีมข่าวได้ทำการจับเวลา โดยเริ่มในเวลา 19.47 น. และมีความเร็วอยู่ที่ 45-50 กิโลเมตร/ชั่วโมง ระหว่างทางที่ได้ขี่รถจักรยานยนต์ก็จะผ่านบ้านจำนวน 12 หลัง ตามผังก่อนหน้านี้ จากนั้นก็จะผ่านบริเวณสระน้ำใหญ่ที่อยู่หลังวัด ต่อมาในเวลา 19.51 น. ทีมข่าวก็ได้เดินทางไปถึงจุดที่พบรถจักรยานยนต์ ซึ่งระยะทางจากบ้านไปยังจุดที่พบรถอยู่ที่ 1.4 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียง 4-5 นาที

 

ต่อมาทีมข่าวได้ทำการจำลองเดินเท้ากลับจากจุดพบรถไปยังบ้านพักของ น.ส.อรทัย พบว่าระหว่างทางเดินกลับไปยังบ้านนั้นจะต้องมีการเดินผ่านปั๊มน้ำมัน ซึ่งเป็นจุดเดียวที่จับภาพได้จากกล้องวงจรปิด ในจุดนี้สังเกตว่ามีสุนัขค่อนข้างเยอะ สุนัขก็ได้ออกมาเห่าหอนเสียงดังตลอดเส้นทาง ต่อมาในเวลา 20.09 น. ทีมข่าวก็ได้เดินทางมาถึงบ้านพักของ น.ส.อรทัย

 

สรุปคือระยะเวลาที่ทีมข่าวขี่รถจักรยานยนต์ไปที่จุดพบรถ ตลอดจนเดินเท้ากลับมาที่บ้านนั้นใช้เวลาประมาณ 22 นาที

 

วงจรปิดเพิ่ม เห็นโรแลนเดินกับเพื่อนสนิทในโรงแรม ก่อนขับรถเก๋งออกไป

 

ทีมข่าวช่อง8 ลงพื้นที่ไปยังโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านพัทยา ในพืนที่จังหวัดชลบุรี จากข้อมูรายงานว่า ตัวของนายโรแลน เดินทางมาที่พัทยา วันที่ 8-9 มค. ที่ผ่านมา นั้น

 

โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิด วันที่ 9 ม.ค. เวลา 12.10น. ของโรงแรมจับภาพได้ เห็นนายโรแลน เดินกับเพื่อนชายชาวต่างชาติคนหนึ่ง เดินอยู่ด้านล่างของโรงแรม 3 มุม จับภาพ เอาไว้ได้

 

จากนั้น กล้องวงจรปิด ของโรงแรม วันที่ 9 ม.ค เวลา 12.14 น. จับภาพรถเก๋ง ของโรแลน ขับออกจากโรงแรม โดยมีวงจรปิด จับภาพเอาไว้ได้ 3 มุม

 

และภาพวงจรปิดจับภาพตอนนายโรแลนกลับมาที่บ้านในช่วง 14.52 วันที่ 10 ม.ค.

เปิดพิรุธ 40 นาทีชายชุดดำไป-กลับบ้าน "อรทัย" ก่อนหายตัว เพื่อนเชื่อไม่ได้ไปบ่อน





Source link

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *