‘รพ.สต.บ้านหนองขานาง’ เผย ‘บัตร ปชช.รักษาทุกที่’ ปชช.เข้าถึงบริการมากขึ้น ลดงานเอกสาร 

0


‘รพ.สต.บ้านหนองขานาง’ เผย ‘บัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกที่’ ลดงานเอกสารได้เยอะ ช่วยให้ส่งต่อผู้ป่วยสะดวกขึ้น พร้อมกับทำให้ประชาชนในพื้นที่รอยต่อรับบริการได้สะดวกขึ้น  

22 ม.ค.2567 ทีมสื่อ สปสช. รายงานต่อสื่อมวลชนว่า กรกนก ผิวผ่อง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองขานาง (รพ.สต.บ้านหนองขานาง) อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า นโยบาย “บัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกที่” ซึ่งเพิ่งคิกออฟในพื้นที่นำร่องไปเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2567 ช่วยให้การส่งต่อผู้ป่วย ทำได้ง่ายขึ้น เนื่องจากมีการเชื่อมโยงข้อมูล ทำให้ไม่ต้องใช้ใบส่งตัว อีกทั้งยังลดภาระงานด้านเอกสารไปได้ค่อนข้างเยอะ 

นอกจากนี้ ยังทำให้ประชากรในพื้นที่อำเภอใกล้เคียง สามารถรับบริการได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะด้วย รพ.สต.บ้านหนองขานาง ตั้งอยู่ตรงช่วงรอยต่อระหว่าง 2 อำเภอ คือ อ.ชะอำ และ อ.ท่ายาง ทำให้ประชาชนที่อยู่ อ.ชะอำ และติดกับพื้นที่รอยต่อ สามารถมารับการดูแลรักษาที่ รพ.สต.บ้านหนองขานาง ได้เลย แทนที่จะต้องไปที่ รพ.สต. ใน อ.ชะอำ ซึ่งอาจอยู่ห่างไกลจะที่อยู่อาศัยมากกว่า 

กรกนก กล่าวต่อไปว่า สำหรับขั้นตอนการมารับบริการที่ รพ.สต. ก็ไม่ต่างจากเดิมมาก 1. รับบัตรคิว พร้อมยื่นบัตรประชาชน เพื่อเช็กสิทธิการรักษาและยืนยันตัวตน 2. รับการคัดกรองเบื้องต้น 3. เข้าสู่กระบวนการตรวจรักษาตามอาการ 4. รับยา และ 5. ยื่นบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตนหลังรับบริการ 

“ตั้งแต่เริ่มให้บริการภายใต้นโยบายบัตรประชาชนใบเดียวฯ ใน รพ.สต.บ้านหนองขานาง เองยังไม่เจอปัญหาหรือติดขัดอุปสรรคเรื่องไหน ประชาชนก็มาใช้บริการไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก เฉลี่ยวันละ 20 คน และการรองรับนโยบายก็ไม่ได้มีอะไรที่เปลี่ยนไปมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของระบบ และเครื่องยืนยันตัวตน  

“เชื่อว่าประชาชนจะได้รับบริการที่ดีสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นผ่านนโยบายนี้ ซึ่ง รพ.สต.บ้านหนองขานาง ก็มีความพร้อมในการพัฒนา และพร้อมที่จะสนับสนุนตามนโยบายอยู่แล้ว” กรกนก ระบุ 

ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า รพ.สต. ก็เป็นหนึ่งในบริการที่มีสำคัญต่อระบบบริการปฐมภูมิ อีกทั้งยังมีความใกล้ชิดกับประชาชนในชุมชนอีกด้วย เชื่อว่าระบบการยืนยันตัวตน และระบบเบิกจ่าย ซึ่งเป็นส่วนที่ สปสช. รับผิดชอบ จะช่วยให้ รพ.สต. ทำงานกันง่าย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการให้บริการ 

อย่างไรก็ตาม ใน 4 จังหวัดนำร่องที่เริ่มดำเนินการไปแล้ว สปสช. มีการประเมินผลดำเนินการอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่วันแรกที่ให้บริการ ผ่านระบบแดชบอร์ดที่จะแสดงให้เห็นจำนวนผู้เข้ารับบริการ ปริมาณงานที่เกิดขึ้น ตลอดจนอุปสรรคที่พบในระบบ เช่น ระบบอินเตอร์เนทขัดข้องหรือไม่ ฯลฯ เพื่อที่จะเข้าไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที 

“ตอนนี้จากที่ตรวจสอบข้อมูลของสายด่วน สปสช. 1330 ก็ยังไม่พบว่ามีที่ไหนที่เกิดปัญหา ไม่ว่าจะฝั่งหน่วยบริการ หรือประชาชนเอง ส่วนใหญ่จะเป็นการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการใช้มากกว่า อันนี้ก็ทำให้เรามั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าพี่น้องประชาชนน่าจะได้รับบริการที่ดีขึ้น รวมถึงหน่วยบริการเองก็ได้รับเงินที่เร็วขึ้น โดย สปสช.พร้อมจ่ายเงินภายใน 3 วันทำการหลังจากเชื่อมระบบข้อมูลแล้ว ข้อมูลล่าสุด สปสช.ได้จ่ายค่าบริการสาธารณสุขตามนโยบาย 4 จังหวัดนำร่องบัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ให้หน่วยบริการแล้วกว่า 16 ล้านบาท” นพ.จเด็จ กล่าว 



Source link

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *