นายกฯ ลุยน้ำท่วมแจกของให้ชาวบ้าน ย้ำเป็นหน้าที่ เร่งแก้วิกฤติวอนให้มั่นใจ

0


นายกฯ และคณะยังทัวร์อีสาน พบปะประชาชนและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยต่อเนื่อง เดินลุยน้ำแจกถุงยังชีพให้ชาวบ้านทรายงาม อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ด้วยตัวเอง ทั้งให้ความมั่นใจให้กำลังใจ ขอให้สู้ๆ ยันให้ความสำคัญกับการป้องกันน้ำท่วมทั้งในระยะสั้นและยาว รวมถึงแก้ปัญหาน้ำท่วมทางสัญจร รัฐบาลพร้อมช่วยเหลือ ย้ำสิ่งที่ทำเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี

สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาคลี่คลายไปมาก พร้อมกับที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เดินทางไปดูสถานการณ์น้ำ ที่ จ.อุบลราชธานี และอีกหลายจังหวัดในภาคอีสาน เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ต.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง พร้อมด้วยนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม เดินทางไปที่บ้านทรายงาม ต.กุดกุง อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ที่น้ำจากแม่น้ำชีเอ่อล้นท่วมพื้นที่การเกษตรและถนนเข้าหมู่บ้านระดับน้ำสูง 30-60 เซนติเมตร ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ต้องใช้รถขนาดใหญ่ในการสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน โดยนายกฯ นั่งรถยกสูงของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ทะเบียน 53-7093 กรุงเทพมหานคร เข้าพื้นที่เพื่อพบปะประชาชนและมอบสิ่งของช่วยเหลือ โดยมีประชาชนมารอต้อนรับผูกผ้าขาวม้าให้กำลังใจ และมีบางคนออกปากชมนายกฯว่าหล่อมาก

นายเศรษฐา นายกฯ เดินพบปะประชาชนที่มาต้อนรับและนั่งลงพูดคุยกับกลุ่มผู้สูงอายุ สอบถามความเป็นอยู่ในช่วงน้ำท่วม พร้อมแสดงความเป็นห่วง ระบุจะหาแนวทางช่วยเหลือยกระดับความสูงของถนนทางเข้าหมู่บ้าน เพื่อให้เดือดร้อนน้อยลง นอกจากนี้จะมีการสร้างสะพานเพิ่มในบางจุด ทำให้ชาวบ้านถึงกับยกมือไหว้ นายกฯตอบชาวบ้านว่า ไม่ต้องขอบคุณตน เพราะสิ่งที่ทำเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ก่อนมอบสิ่งของช่วยเหลือ ถุงยังชีพของเกษตรอำเภอรวมถึงอาหารของปศุสัตว์ในช่วงที่น้ำท่วม ต้นกล้าพันธุ์พืชต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเดินทางกลับตาม เส้นทางมีน้ำท่วมเป็นระยะ นายกรัฐมนตรีได้ลงเดินลุยน้ำและนำถุงยังชีพไปแจกให้กับชาวบ้านที่ประสบความเดือดร้อนตามรายทาง พร้อมให้กำลังใจว่า ขอให้สู้ๆ อดทนอีกหน่อยรัฐบาลพร้อมช่วยเหลือเมื่อเกิดน้ำท่วม รวมถึงการป้องกันน้ำท่วมในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งนี้ชาวบ้านทรายงาม มีผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 209 ครัวเรือน 869 คน การเป็นอยู่ของชาวบ้านแม้จะมีไฟฟ้าน้ำประปาใช้อยู่ และบ้านเรือนไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ความเดือดร้อนคือการสัญจรเข้า-ออกหมู่บ้าน สิ่งที่ชาวบ้านต้องการเร่งด่วนหลังน้ำลด คือการขอรับการช่วยเหลือพันธุ์ข้าว เนื่องจากพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้านได้รับความเสียหายทั้งหมด

นอกจากนี้ ตลอดวันมีรัฐมนตรีเดินทางไปมอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ทั้งนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม เดินทางมามอบถุงยังชีพ และรับเรื่องร้องทุกข์ผู้ประสบอุทกภัยใน อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ มารับฟังปัญหาความต้องการกลุ่มผู้ใช้น้ำ และแนวทางการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำวังตอนล่างที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอสามเงา จ.ตาก ยืนยันจะแก้ไขปัญหาให้ลุ่มน้ำวังทั้งน้ำท่วมน้ำแล้งให้ได้ให้เป็นรูปธรรมต่อไป และมีการมอบ ส.ป.ก.4-01 อ.สามเงา และ อ.บ้านตาก จำนวน 10 ราย 10 แปลง เนื้อที่ 69-2-59 ไร่ พร้อมมอบถุงยังชีพ ข้าวสาร จำนวน 500 ชุด รวมถึงผลิตภัณฑ์ของกรมพัฒนาที่ดินให้ผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ อ.สามเงา สถานการณ์อุทกภัยใน ต.ยกกระบัตร ต.วังจันทร์ ต.วังหมัน อ.สามเงา และ ต.แม่สลิด อ.บ้านตาก ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง

ส่วนที่ จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย (มท.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ขณะนี้ว่า ได้กำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกพื้นที่ให้มีความพร้อมรองรับสถาน การณ์ และการช่วยเหลือประชาชนให้ทันท่วงที ให้เดือดร้อนน้อยที่สุด

ที่ จ.ชัยภูมิ ที่ยังคงมีฝนตกมาตลอดสัปดาห์ ทำให้น้ำหลากล้นตลิ่งในแม่น้ำชียังไม่ลดลง มวลน้ำ มหาศาลไหลล้นตลิ่งทั้ง 2 ฝั่ง บางช่วงพนังดินกั้นแม่น้ำแตกหรือมีการทรุดตัว อาทิ เขต ต.ทุ่งทอง และลุ่มลำชี อ.บ้านเขว้า น้ำไหลเข้าท่วมในพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำ และขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่บึงละหาน อ.จัตุรัส ปริมาณน้ำสะสมสูงจากฝนตกลงต่อเนื่อง ทำให้น้ำในบึงละหาน ล้นทะลักออกมาท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะที่ ต.ละหาน น้ำท่วมบ้านเรือนในหมู่ 2 หมู่ 16 และหมู่ 17 ประชาชนได้รับความเดือดร้อน รวมแล้ว 600 หลังคาเรือน

นอกจากนี้ น้ำจากลำน้ำชียังทะลักล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเสี้ยวน้อย หมู่ที่ 8 ต.บ้านค่าย อ.เมืองชัยภูมิ รวมถึงถนนสายบ้านโนนน้อย-หางเรียง-บ้านเสี้ยวน้อย ทำให้บางจุดไหล่ทางชำรุดเสียหาย ท้องถิ่นได้นำเชือกหรือไม้มาปักเตือนใช้เส้นทางและน้ำยังไหลเข้าท่วมไร่นาหลายพันไร่ รวมมีผู้เดือดร้อนในจุดนี้ 140 หลังคาเรือน ในจำนวนนี้ถูกน้ำล้อมรอบกว่า 50 หลังคาเรือน รวมถึงวัดเสี้ยวน้อย วัด ประจำหมู่บ้าน ที่มีพระภิกษุ สามเณรจำพรรษาอยู่กว่า 10 รูป ชาวบ้านต้องประกอบอาหารไปถวายและคาดว่าน้ำยังท่วมขังต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 1 สัปดาห์

ทั้งนี้ จ.ชัยภูมิ มีพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 5 อำเภอ คือ อ.หนองบัวแดง อ.หนองบัวระเหว อ.บ้านเขว้า อ.จัตุรัส และ อ.เมืองชัยภูมิ รวม 8 ตำบล กว่า 124 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมแล้วกว่า 6 หมื่นไร่

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.อุบลราชธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดฝนตกมาตลอดทั้งคืนวันที่ 6 ต.ค.ต่อเนื่องถึงช่วงสายวันรุ่งขึ้น ปริมาณน้ำในแม่น้ำมูลประกอบกับมวลน้ำจากเขื่อนลำปาวที่ระบายออกมา ทำให้น้ำที่สถานีวัดระดับน้ำ M7 สะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมืองอุบลราชธานี เพิ่มระดับขึ้นอยู่ที่ 112.72 ม.รทก. หรือระดับ 7.72 ม. เพิ่มขึ้นจากเดิม 7 เซนติเมตร ขณะที่นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.อุบลราชธานี ออกตรวจบริเวณท้ายลำน้ำมูลก่อนไหลออกสู่แม่น้ำโขง บริเวณอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะและเขื่อนปากมูล อ.โขงเจียม ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่งค่อนข้างมาก ทำให้น้ำที่ไหลจากเขื่อนปากมูลระบายได้ดี คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จะดีขึ้นในเร็ววัน

ส่วนที่ จ.สุโขทัย ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ต.ค. ว่า น้ำที่ท่วมในหมู่ 8 บ้านคลอง วังทอง หมู่ 5 หนองตะเข้ หมู่ 4 คลองยาง หมู่ 11 และหมู่ 2 บ้านวังแร่ ต.คลองยาง อ.สวรรคโลก ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนและพื้นที่การเกษตรเสียหาย ขณะนี้น้ำได้ไหลไปรวมกันที่หมู่ 1 บ้านคลองปู และเข้าท่วมวัดคลองปู ทำให้ภายในวัดบางจุดถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร พระเณรต้องเดินลุยน้ำเพื่อเข้าออกวัด สร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก นอกจากนี้น้ำที่ไหลมาเริ่มเน่าและส่งกลิ่นเหม็นด้วย

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิด ฝนตกอย่างหนักเมื่อช่วงค่ำวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ใน อ.เมืองชลบุรี ทำให้เกิดน้ำท่วมหลายจุดและที่หมู่บ้านจัดสรรอีสแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ หมู่ 1 ต.ดอนหัวฬ่อ มวลน้ำจำนวนมากทำให้กำแพงบ้านเลขที่ 333/305 พังเป็นรูกว้างและน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมชั้นล่างของบ้านทั้งหมด คนในบ้านที่มี 5 คน ต้องย้ายขึ้นไปอาศัยที่ชั้นสองของบ้านแทน ทั้งนี้ น.ส.สายฝน ดอนราชลี อายุ 41 ปี กล่าวว่า ขณะนั่งล้างจานอยู่ข้างบ้านได้ยินเสียงแก๊กแก๊กเหมือนกำแพงปริ แล้วน้ำก็ค่อยๆไหลมา เรียกเพื่อนบ้านให้มาช่วยยกของสักพักเดียวกำแพงก็ถล่ม ปกติน้ำท่วมแบบนี้ทุกปี แต่ไม่คิดว่ากำแพงจะพัง อยากให้เทศบาลช่วยซ่อมกำแพงบ้าน และขอกระสอบทรายมาด่วน นายไมตรี ประเสริฐ นายกเทศบาล ต.ดอนหัวฬ่อ เปิดเผยว่า เมื่อคืนมีฝนตกหนักในพื้นที่บ้านบนตั้งแต่ อ.บ้านบึง อ.พานทอง ผ่านตำบลสำนักบก ตำบลนาป่า น้ำด้านนอกหมู่บ้านมีระดับสูงกว่าในหมู่บ้านประมาณเกือบ 1 เมตร แรงดันของน้ำทำให้กำแพงหมู่บ้านพัง น้ำจากด้านนอกไหลเข้าท่วมหมู่บ้านที่มีผู้อาศัยอยู่ประมาณ 1,200 หลังคาเรือน เทศบาลตำบลดอนหัวฬ่อได้ช่วยเหลือเบื้องต้น ด้วยการนำรถเครนมายกกระสอบทรายทำเป็นบิ๊กแบกกั้นน้ำเข้าหมู่บ้าน สามารถบล็อกน้ำไม่ให้เข้าหมู่บ้านได้แล้ว และเร่งระบายน้ำผ่านท่อระบายน้ำรอบนอกหมู่บ้านต่อไป

วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายสภาพอากาศทั่วไปว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 9-13 ต.ค.2566 ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน โดยมีบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้า คะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคกลาง รวมทั้ง กทม.และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขณะที่ บริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง ฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วยตลอดช่วง

สำหรับพายุไต้ฝุ่น “โคอินุ” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ที่จะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีนในวันที่ 10 ต.ค.นี้ จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน และพายุดีเปรสชันตามลำดับ โดยพายุนี้ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย



Source link

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *