การเมือง – เปิดไทม์ไลน์พักโทษ‘ทักษิณ’ กลับบ้านก.พ.67 หลังรับโทษแล้ว6เดือน

0


วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.15 น.

เปิดไทม์ไลน์พักโทษ‘ทักษิณ’

กลับบ้านก.พ.67

หลังรับโทษแล้ว6เดือน

ชี้อยู่ในรพ.ก็เหมือนติดคุก

กมธ.สว.สอบผู้เกี่ยวข้อง

แนะเคลียร์ปมอาการป่วย

“สว.สมชาย” ยืนยัน “ทักษิณ” เข้าเกณฑ์องค์ประกอบพักโทษกางขั้นตอน ได้กลับไปอยู่บ้านกุมภาพันธ์ 2567 ภายหลังรับโทษมาแล้ว6 เดือน อ้างแม้จะรักษาตัวอยู่ในรพ.ก็เข้าข่ายเหมือนถูก “นับโทษ”ในคุก แนะเคลียร์ปมสงสัยอาการป่วย เตือนปล่อยเป็นคลื่นใต้น้ำ ระวังกระทบกระบวนการยุติธรรม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.)สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ซึ่งมี นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นประธาน กมธ.ฯ โดยมีการพิจารณาติดตามการดูแลนักโทษของระบบราชทัณฑ์ ทั้งนี้ พบว่าตัวแทนของหน่วยงานที่ กมธ.ฯ เชิญเข้าร่วมประชุม ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ , โรงพยาบาลตำรวจ , กระทรวงยุติธรรม , กรมราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นายสมชาย กล่าวว่า การเชิญตัวแทนหน่วยงานต่างๆ เข้ามาให้ข้อมูลกับ กมธ.ฯ นั้น ต้องการทราบถึงการดูแลผู้ป่วยตามมาตรการของกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใส รวมถึงติดตามหรือซักถามข้อสงสัยในกรณีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเข้าพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ จะไม่ล้วงลูก หรือกระทบกระเทือนของสิทธิผู้ป่วย ทั้งนี้ การประชุมจะเป็นการประชุมลับ โดยจะเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะที่ได้รับอนุญาต ยืนยันว่า กมธ.ฯ ไม่มีอคติ หรือมีประเด็นการเมืองใดๆ

ต่อมา นายสมชาย แถลงภายหลังการประชุม กมธ.ฯ ว่าประเด็นเกี่ยวกับมาตรการดูแลนายทักษิณ ที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ เกินกว่า 30 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลาตามระเบียบที่ราชทัณฑ์กำหนดนั้น ได้รับข้อมูลพอสมควร โดยได้รับคำตอบ 3-4 ประเด็น ได้แก่ 1.นายทักษิณ อยู่ในความดูแลของกรมราชทัณฑ์ ที่ให้พักรักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจ และมีตำรวจช่วยดูแลควบคุม ส่วนกรณีที่สังคมวิจารณ์ว่าไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจจริง และกลับบ้านไปเลี้ยงหลานแล้ว ตัวแทนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันข้อเท็จจริงว่า นายทักษิณ พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ

2.การรักษาตัว เป็นไปตาม 4 โรคสำคัญ ที่มีผลรับรองทางการแพทย์จากประเทศสิงคโปร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ขณะที่การรักษาด้วยการผ่าตัด ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน เพราะแพทย์ที่มาชี้แจงนั้นไม่ได้เป็นผู้รักษา และเป็นไปตามกฎหมายที่คุ้มครองตามสิทธิของผู้ป่วย กมธ.ฯ แนะนำสามารถส่งข้อมูลทางลับได้ เพราะกมธ.ฯ จะไม่นำไปเปิดเผย และแนะนำด้วยว่ามีการสงสัยอาการป่วยหลายโรค ควรชี้แจงว่ามีโรคใดที่ควรกังวลและพักฟื้นในระยะเวลาเท่าไร ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็นสิทธิของผู้ป่วยและครอบครัวที่สามารถรับรู้ได้ ทั้งนี้ แพทย์ ผู้ป่วยต้องอธิบายได้ในบางระดับให้สังคมรับทราบ ว่าอาการที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดและต้องรักษาต่อที่โรงพยาบาลตำรวจหรือไม่ ตามดุลยพินิจของแพทย์

3.ประเด็นที่ กมธ.ฯ สอบถามกรณีที่นายทักษิณ ฐานะนักโทษเด็ดขาด เข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการจนเป็นที่น่าพอใจแล้วจะส่งกลับได้หรือไม่ โรงพยาบาลราชทัณฑ์ สามารถรับผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาไปฟื้นฟู และหากหายสามารถกลับไปเรือนจำได้หรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ระบุว่า เป็นขั้นตอนปกติ ทั้งนี้ ต้องดูว่าอาการของนายทักษิณ อยู่ในเกณฑ์ใด ต้องให้แพทย์ใหญ่ปรึกษากับญาติ ซึ่งอาจจะได้รับการชี้แจงต่อไป แต่เป็นสิทธิของญาติที่จะชี้แจงกับสังคมหรือไม่ โดย กมธ.ฯ ไม่ก้าวล่วง

4.กรณีรับพระราชทานอภัยโทษ ลดโทษ จะได้รับการลดโทษอีกหรือไม่ กรมราชทัณฑ์ ระบุว่า เกณฑ์การขอลดโทษตามห้วงเวลาที่สามารถขอพระราชทานอภัยโทษนั้น มีช่วงเวลาตามวโรกาสพิเศษ เช่น วันที่ 5 ธันวาคม , 28 กรกฎาคม , 12 สิงหาคม ซึ่งการขอลดโทษตามเกณฑ์นักโทษต้องรับโทษมาแล้ว 1 ใน 3 โดยจำนวนวันของนายทักษิณ ตามเกณฑ์ 1 ใน 3 หรือ 120 วัน จะเกิดขึ้นในวันที่ 20 ธันวาคม หรือเกณฑ์ 6 เดือน ซึ่งในกรณีของนายทักษิณนั้น จะครบเกณฑ์ 6 เดือน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567

“ส่วนการพักโทษที่มีหลักเกณฑ์ คือเป็นผู้สูงวัย มีโรคประจำตัว ซึ่งนายทักษิณ อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว เมื่อถามว่าต้องใส่กำไลอีเอ็มหรือไม่ เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าไม่จำเป็น หากพักโทษแล้วอาจจำกัดพื้นที่อยู่ เช่น ที่บ้านในประเทศไทย ไม่สามารถเดินทางออกนอกราชอาณาจักรได้ ทั้งนี้ ในห้วงเวลา 6 เดือน ที่จะเข้าเกณฑ์พักโทษนั้น จะรวมเวลาที่อยู่ในช่วงการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจด้วย” นายสมชาย กล่าว

ประธาน กมธ.ฯ กล่าวอีกว่า การรักษาตัวจะอีกนานหรือไม่ เป็นประเด็นที่แพทย์ใหญ่ของโรงพยาบาลตำรวจ จะพิจารณา ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ปฏิเสธไม่ได้ ส่วนกรณีการผ่าตัดนั้น กมธ.ไม่ได้รับคำตอบ ซึ่งกมธ.ไม่ได้บังคับให้ตอบ เพียงแค่ให้คำแนะนำว่า ไม่ตอบ สังคมจะมีความสงสัย ดังนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ต้องชี้แจง หากไม่ป่วยต้องกลับเข้าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แต่หากป่วยต้องชี้แจงว่าถึงระยะเวลารักษา ตนอยากเห็นความตรงไปตรงมา หากนายทักษิณ ตัดสินใจจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว

“หากปล่อยให้มีความสงสัยและเกิดเป็นคลื่นใต้น้ำ อาจจะมีผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมได้ อย่างไรก็ดี นายแพทย์ใหญ่ ไม่ได้ให้คำตอบในรายละเอียดการรักษานายทักษิณ เท่าที่ระบุกับ กมธ.ฯ ได้คือ ไม่ขอตอบ ดังนั้นยังไม่ทราบอาการหรือกรณีที่ต้องผ่าตัด ทั้งนี้ กมธ.ฯ จะให้เวลาอีก 1 เดือน คือช่วงเดือนตุลาคมนี้ ก่อนที่นายทักษิณ จะครบสิทธิการรักษาตัวนอกเรือนจำ จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงอีกครั้ง โดยในประเด็นที่เกี่ยวข้องกัน ทราบว่ามี กมธ.คณะอื่นๆ สนใจจะติดตามเช่นกัน” นายสมชาย กล่าว



Source link

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *