การเมือง – อายัดตัว‘ทักษิณ’แค่บทละคร คปท.สับแหลก เชื่อได้กลับบ้าน/รอดคดีม.112

0


วันพฤหัสบดี ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.10 น.

อายัดตัว‘ทักษิณ’แค่บทละคร

คปท.สับแหลก

เชื่อได้กลับบ้าน/รอดคดีม.112

‘วัชระ’ฟันธงมีขรก.ติดคุกแทน

เพื่อไทยตะเพิดม็อบกลับบ้าน

 

คปท.เผยแค่บทละครอายัดตัวนักโทษทักษิณ เชื่อสุดท้ายได้กลับบ้านและรอดคดี ม.112 ขณะที่ “วัชระ เพชรทอง” ฟันธงมีข้าราชการติดคุกแทนนายใหญ่ ด้าน “พายัพ ปั้นเกตุ” เย้ยม็อบกลับบ้านได้แล้วเพื่อเปิดทางให้รัฐบาลได้ทำงาน

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 นายพิชิต ไชยมงคล กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ (คปท.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า…คุณหรือโทษ อัยการสูงสุดแถลงข่าวด่วน ประเด็นหลักคงอยู่ที่การเสนออายัดตัวต่อหลังจาก ทักษิณ ได้รับการพักโทษพนักงานสอบสวนและอัยการเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหา นช.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อ 17 ม.ค.67 ที่ผ่านมา

เย้ยแค่บทละครช่วยทักษิณ

พอไล่เรียงดีๆ มันเหมือนการเขียนบทละครและแบ่งกันเล่นเป็นขบวนการ ปมมันน่าสนใจคือ อัยการทำไมเพิ่งมาแจ้งข้อกล่าวหาเอาในช่วงเดือนมกราคม หรือ รู้แล้ว ทราบแล้ว ว่า นช.ทักษิณ จะได้รับการพักโทษเดือนกุมภาพันธ์แน่ๆ เพราะหลังจาก พนักสอบสวนและอัยการไปแจ้งข้อกล่าวหา กลางเดือนมกราคม ปลายเดือนมกราคม กรมราชทัณฑ์ก็ประชุมพิจารณาผู้มีสิทธ์พักโทษของผู้ต้องขังทั้งกรณีปกติและกรณีพิเศษ ที่จะได้รับการพักโทษเดือนกุมภาพันธ์ ปรากฏว่ามีชื่อ นช.ทักษิณ รวมอยู่ด้วยฟังดูผิวเผิน การอายัดตัว ทักษิณ เพื่อดำเนินคดีต่อจะเป็นเรื่องดี

แต่ๆๆๆ นี่คือ การย้ายความสนใจหรือเบี่ยงประเด็นทางคดีตามหลักอาชญาวิทยา ที่ทักษิณเรียนมา การสร้างเรื่องราวเพื่อเปลี่ยนประเด็นนำมาสู่การลดความสนใจด้วยการย้ายความรู้สึกจากการต้องเข้าเรือนจำมาสู่การต้องถูกอายัดตัว เป็นละครปาหี่ชัดๆ

17 ม.ค.พนักงานสอบสวนเข้าแจ้งข้อกล่าวหาทักษิณ ทักษิณยื่นร้องขอความเป็นธรรมด้วยตัวเอง,- สิ้นเดือน ม.ค.ราชทัณฑ์พิจารณาพักโทษ,- 17-22 ก.พ.เข้าเกณฑ์พักโทษ ให้ปล่อยตัว, เมื่อปล่อยตัว อัยการ เข้าไปควบคุมตัวมาสอบสวนตามการขออายัดตัว แล้วสุดท้าย อัยการ ก็ให้ประกันตัวไปในชั้นอัยการ

ปาหี่ไหมครับ สุดท้าย คือ ทักษิณ ไม่ต้องเข้าเรือนจำ ใช้อาชญาวิทยา ย้ายความรู้สึกสังคมว่าต้อง ติดคุก ไปเรื่อง อายัดตัวต่อ ทั้งหมดเลย ประเด็นคือ คปท.คัดค้านตั้งแต่จะพักโทษ เพราะไม่เคยติดคุก การที่อัยการออกมาแถลงหลังปล่อยข่าวเรื่องการแจ้งข้อกล่าวหาออกมาก่อนหน้านี้ก็เหมือนร่วมในขบวนการ ใช้กฎหมายฟอกความผิด ทักษิณ นั่นเอง การแถลงชี้นำทางกฎหมายของอัยการทำตัวเหมือนเป็นทนายส่วนตัวทักษิณนั่นเอง

เทพไทยฟันเปรี้ยงหลุดแน่นอน

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” หัวข้อ “ทักษิณ ได้พักโทษ ไม่ถูกอายัดตัว จะรอดคดี ม.112 ???” ระบุว่า…ทักษิณ ได้พักโทษ ไม่ถูกอายัดตัว จะรอดคดี ม.112 ???

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ทีมงานโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ออกมาแถลงข่าว เกี่ยวกับการอายัดตัวคุณทักษิณ ชินวัตร ข้อหากระทำความผิดมาตรา 112 และการกระทำผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังจากได้รับการพักโทษ จากกรมราชทัณฑ์ ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 นั้นผมขออนุญาตวิเคราะห์ และตั้งข้อสังเกตดังนี้

1.คุณทักษิณเข้ามาประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 แต่ทำไมเพิ่งมาแจ้งข้อกล่าวหา เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567,2.การที่สำนักงานอัยการสูงสุด เข้าแจ้งข้อกล่าวหาคุณทักษิณ โดยพบกับตัวผู้ต้องหาโดยตรง ทำไมที่ผ่านมา ไม่มีข่าวเรื่องบุคคลอื่นไปพบคุณทักษิณเลย,3.เมื่อคุณทักษิณปฏิเสธข้อกล่าวหา และยื่นร้องขอความเป็นธรรม ต่ออัยการสูงสุด ผลที่จะออกมามี 3 ทาง คือ (1) สั่งสอบเพิ่ม ตามข้อเท็จจริงที่ยื่นเพิ่มเติม (2) คดีสมบูรณ์แล้ว สั่งฟ้องเหมือนเดิม (3) เมื่อพิจารณาจากหลักฐานที่ยื่นมาใหม่มีน้ำหนักเพียงพอ อสส.มีคำสั่งไม่ฟ้อง

เชื่อจนท.รัฐปกปิดข้อเท็จจริง

4.การถูกอายัดตัวและแจ้งข้อหาจะต้องดำเนินการอย่างเปิดเผยและยื่นขออนุญาตต่อศาลเพื่อฝากขัง และต้องใช้มาตรฐานเดี่ยวผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 คนอื่นๆที่ผ่านมา,5.การได้รับการพักโทษออกจากโรงพยาบาลตำรวจคุณทักษิณมีสภาพร่างกายพร้อมจะถูกดำเนินคดีหรือไม่,6.ถ้าคุณทักษิณออกจากโรงพยาบาลตำรวจ โดยสภาพเหมือนบุคคลปกติทั่วไป แสดงว่าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ของรัฐปกปิดข้อเท็จจริงต่อประชาชน

ส่วนตัวเชื่อว่า 1.คุณทักษิณจะไม่โดนอายัดตัว,2.ไม่ถูกนำตัวไปขออนุญาตฝากขังที่ศาล,3.ได้รับการปล่อยตัว โดยไม่ต้องประกันตัว,4.สำนักงานอัยการสูงสุดจะเปิดโอกาสให้ทักษิณแก้ข้อกล่าวหาได้อย่างเต็มที่

5.เมื่อพิจารณาพยานหลักฐานทั้ง2ฝ่ายแล้ว อัยการสูงสุดจะสั่งไม่ฟ้อง,6.ถ้าจำเป็นต้องสั่งฟ้องตามกระแสกดดัน ก็จะรอดชั้นศาล,7.คดีเกิดขึ้น ปี2558 ยุครัฐบาล คสช. ตอนนี้ยุครัฐบาลเพื่อไทย

วัชระเชื่อมีขรก.ติดคุกแทน

นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายทักษิณมีชื่อได้รับการพักโทษตั้งแต่อยู่เต่างประเทศ เพราะพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรมเหมือนคนในครอบครัวของนายทักษิณ

นายวัชระ กล่าวว่า ตามข้อเท็จจริงนายทักษิณไม่ได้ติดคุกแม้แต่วันเดียว และเชื่อว่าไม่ได้ป่วยจริง แต่กลับถูกปกป้องจากกลไกข้าราชการของรัฐ จึงถือว่าการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ดังนั้น การที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 เรื่องนี้ต้องไปจบที่ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ต้องมีข้าราชการติดคุกแทนนายทักษิณ และผมได้ยื่นเรื่องป.ป.ช. ให้ตรวจสอบนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และพ.ต.อ.ทวีแล้ว” นายวัชระ กล่าว

“ผมมั่นใจว่าวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ นายทักษิณได้กลับไปอยู่บ้านแน่นอน ซึ่งขณะนี้เชื่อว่านายทักษิณก็ไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ แต่เขาว่ากันว่า ไป ๆ มา ๆ 3 ที่ คือ 1.บ้านจันทร์ส่องหล้า 2.คอนโดริมน้ำใกล้ไอคอนสยาม และ 3.โรงแรม อยู่แถวสุขุมวิท” นายวัชระ กล่าว

เมื่อถามว่าคดีความผิดตามมาตรา 112 นายทักษิณ จะได้รับการปฏิบัติเหมือนคดีที่ถูกตัดสินหรือไม่ นายวัชระ กล่าวว่า ตราบใดที่นายทักษิณยังมีอำนาจ ตนไม่เชื่อว่าระบบความยุติธรรมจะมีจริงในประเทศไทย และไม่เชื่อว่านายทักษิณ จะปฏิบัติตามกฎหมายใด ๆ แม้ว่าจะเคยเป็นตำรวจถึงยศพันตำรวจโทก็ตาม

กลับบ้านเถอะ! ‘พายัพ’เย้ย’คปท.’

นายพายัพ ปั้นเกตุ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม เวชยชัย) กล่าวถึงการชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ในขณะนี้ว่า ขาดความชอบธรรมที่จะนำประชาชนต่อไปแล้ว เพราะไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่รัฐบาลกำลังเร่งทำงานสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนคนไทยทั้งเทศ ที่เคยประสบปัญหาความไม่ชอบธรรมของรัฐบาลก่อนหน้านี้มา 8 ปีแล้ว

“ถามจริงๆ คปท.ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือว่าวันนี้คนไทยทั้งประเทศเขาคิดอะไร เขาเชื่อมั่นพรรคเพื่อไทยที่เป็นแกนนำรัฐบาลตอนนี้อย่างไร ถ้ายังคิดไม่ออกก็หลับตาแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ตั้งสติดีๆ แล้วค่อยลืมตา มองไปรอบๆ เวทีหน้าทำเนียบฯ ว่า เหลือประชาชนเท่าไรที่คิดเหมือนเราอยู่กับเรา เหนื่อยกับเรามีสักกี่คน แล้วคนที่มาหน้าเดิมๆ ทั้งนั้นใช่หรือไม่ ไม่ได้เพิ่มมากขึ้นใช่หรือไม่ ผมเองก็เป็นแกนนำม็อบมาก่อน เราอ่านความรู้สึกร่วมของประชาชนออกมิใช่หรือ ใจร่มๆ เถอะเพื่อน” นายพายัพ

และว่ากรณีนายทักษิณ ก็เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติที่ทำได้ และเคยทำมาแล้ว ทั้งหมดก็เป็นไปตามหลักกฎหมาย และแนวทางปฏิบัติของกระทรวงยุติธรรม และตามรัฐธรรมนูญการปกครองประเทศอยู่แล้ว ไม่มีใครกล้าทำผิดกฎหมายเพื่อใคร ฉะนั้นจึงไม่ควรเอาเรื่องนายทักษิณ มาก่อกระแสไฟทางการเมืองกันอีกต่อไป กลับบ้านเถอะเพื่อน ให้โอกาสประชาชนได้เห็นแสงไฟที่ปลายอุโมงค์จากรัฐบาลชุดนี้กันบ้าง



Source link

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *